About Us News
Programs Access & Map
Entrance Guide Links
Portfolio Presentation
News
นิตยสาร การศึกษาวันนี้ ฉบับวันที่ 25 กุมภาพันธ์ – 11 มีนาคม 2010
คุณปานธรรม นาคะบุตร นักเรียนปี 1 Bunka Fashion Academy เปิดใจว่า สถาบันบุนกะ ถือได้ว่าเป็นที่ 1 ทางด้านแฟชั่นของเอเชียเลยทีเดียว ก่อนหน้า นั้นปานเรียนแฟชั่นอยู่ที่ออสเตรเลีย พอได้ยินว่าสถาบันบุนกะมาเปิดสอนที่ เมืองไทย ก็เลยตัดสินใจบินกลับมาเรียนต่อที่นี่เลย อนาคตวางแผนเอาไว้ว่า ถ้าเรียนจบจากที่นี่แล้วจะบินไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อหาประสบการณ์ และความรู้เพิ่มเติม หลังจากนั้นคงจะมาเป็นอาจารย์สอนที่บุนกะประเทศไทย สักพัก ก่อนที่จะออกไปทำงานในวงการแฟชั่นต่อไป

คุณชยพล พันทอง หรือ “กวาง” นักเรียนปี 1 Bunka Fashion Academy เปิด เผยว่า กวางเลือกมาเรียนที่นี่ เพราะชอบการแต่งตัว และมีโอกาสได้ไปเรียน ตัดเย็บเสื้อเชิ้ตมาก่อนหน้านี้แล้ว รู้สึกชอบและอยากเอาดีทางด้านนี้ให้ได้ มี เพื่อนแนะนำว่าถ้าสนใจเรียนด้านแฟชั่นก็ให้มาเรียนที่สถาบันบุนกะ เพราะ เขามีชื่อเสียงมากในประเทศญี่ปุ่น อนาคตวางแผนไว้ว่าจะไปเรียนต่อด้าน แฟชั่นในต่างประเทศ หรืออาจจะไปทำงานด้านแฟชั่นในบริษัทที่มีชื่อเสียง สักแห่งหนึ่งเพื่อฝึกฝนประสบการณ์ของตนให้มากพอ และพร้อมที่จะออก ไปประกอบอาชีพของตนต่อไปในอนาคต

วารสาร Color Way ฉบับเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2552
บทสัมภาษณ์ คุณศิริกุล ธนสารศิลป์
ผู้อำนวยการสถาบันบุนกะแฟชั่น

“จุดเริ่มต้นในการก่อตั้งสถาบันฯ เกิดจากผู้บริหาร ในเครือ
สหพัฒน์ฯ ต้องการจะพัฒนาบุคลากรให้ เกิดความสามารถทาง
แฟชั่น และพัฒนางาน คุณภาพให้แก่บริษัทในเครือ เนื่องจาก
ที่ผ่านมา บุคลากรที่จบใหม่เมื่อมาเริ่มทำงานมักจะขาดทักษะ
และประสบการณ์จริง ต้องใช้เวลาในการฝึกฝน เพิ่มขึ้นจึงดำริ
ว่าน่าจะมีรการจัดตั้งสถาบันฯ ที่ มุ่งเน้นการฝึกฝนปฏิบัติจริง
เพื่อเสริมสร้างให้ผู้เรียน เกิดความรู้ ทักษะและประสบการณ์
แบบครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การสร้างแพทเทิร์น
การ เลือกสรรวัตถุดิบ เทคนิคการตัดเย็บ ตลอดจนเรียนรู้ วิทยาการแฟชั่นที่ทันสมัยอื่นๆ” “Bunka Fashion College"
เป็นสถาบันแฟชั่นระดับโลกของประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง ก่อตั้งมายาวนานกว่า 86 ปี และเป็นสถาบันที่ผลักดัน ให้กรุง Tokyo ก้าวขึ้นมาเป็น 1 ใน 5 ของมหานครแฟชั่น ของโลกในปัจจุบัน และเป็นสถาบันการศึกษาทางด้าน แฟชั่นที่มีชื่อเสียงอันดับ 1 ในเอเชีย ผู้บริหารในเครือ สหพัฒน์ฯจึงมองว่าการร่วมมือกับ Bunka Fashion College น่าจะเป็นการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร แฟชั่นของไทยได้เป็นอย่างดี Bunka Fashion Academy จึงถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2549” “ปัจจุบัน Bunka Fashion Academy ตั้งอยู่ใจกลาง แหล่งธุรกิจ บนชั้น 16 ของอาคารยูไนเต็ดเซ็นเตอร์ ถนนสีลม เพียบพร้อมด้วยสื่อการเรียนการสอนและ อุปกรณ์อันทันสมัย เปิดทำการสอนในหลักสูตรระยะ ยาว 2 ปี โดยปีแรก ผู้เรียนจะได้เรียนรู้การเสริมสร้าง ทักษะแฟชั่นด้วยหลักสูตร Fashion Creation ส่วนปีที่ 2 จะเป็นหลักสูตรการพัฒนาสู่ระดับมืออาชีพ Fashion Professional เมื่อสำเร็จการศึกษา ผู้เรียนจะได้รับ Certificate in Fashion Study ที่รับรองโดย Bunka Fashion College ประเทศญี่ปุ่น บุคลากรผู้สอน จะมีทั้งอาจารย์ที่เป็น ญี่ปุ่นและไทยที่จบการศึกษาจาก Bunka ประเทศญี่ปุ่น และอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิจากในประเทศไทย” “สำหรับผู้ที่สนใจเข้าศึกษาจะต้องเป็นผู้ที่จบชั้นมัธยม ศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่า หรือสูงกว่านี้ และมีอายุ อย่างน้อย 18 ปี ” “หลังจากเปิดหลักสูตรระยะยาว จนประสบความสำเร็จแล้ว ทางสถาบันฯ ได้รับการ เรียกร้องให้เปิดหลักสูตรระยะสั้นสำหรับผู้ที่ทำงาน ประจำ และผู้ที่มีเวลาว่างน้อย จึงได้เปิดหลักสูตร ระยะสั้นเพื่อถ่ายทอดความรู้ที่หลากหลายให้กับผู้มี ใจรักทางด้านแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นการตัดเย็บเบื้องต้น การวาดภาพแฟชั่น ความรู้พื้นฐานทางด้านสิ่งทอ และ ที่ได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ก็คือ หลักสูตรการตัด เย็บชุดตุ๊กตา Blythe”
พัชรนันท์ เปกวง “ตนเองมองว่าในระบบมหาวิทยาลัยจะสอนกระบวนการคิดให้ผู้เรียน แต่ไม่มีรายละเอียดการตัดเย็บแบบห้องเสื้อ จึงรู้สึกว่าที่นี่มีครบทุกอย่าง ระยะเวลาในการเรียน ก็อยู่ในระยะเวลาที่เหมาะสม ที่นี่ลงตัวมาก สิ่งที่ประทับใจคือเพื่อน เพื่อนที่นี่จะช่วยกัน ไม่ได้แบบต่างคนต่างอยู่ ตัวใครตัวมัน ผู้สอนก็เต็มที่กับเรามาก รู้สึกประทับใจมาก”
ปานธรรม นาคะบุตร “ก่อนหน้านี้เรียนแฟชั่นดีไซน์ที่มหาวิทยาลัยที่ออสเตรเลียมา 2 ปี รู้ว่าที่ประเทศไทยเปิดสถาบันบุนกะ จึงมาเรียนที่บุนกะ เมื่อจบที่นี่จะสามารถเรียนต่อที่ญี่ปุ่นได้เลย ที่สถาบันบุนกะจะมีชื่อเสียงด้านแพทเทิร์น เพราะโดยส่วนตัวแล้วผมชอบทำแพทเทิร์นมาก ที่บุนกะผมรู้สึกว่ามันใช่ มันเป็นตัวผมมากกว่า ที่นี่จะเน้นตัดเย็บมากกว่าออสเตรเลีย ผมเรียนแค่ 2 เดือนก็ตัดได้ครบทั้งเสื้อ กางเกง กระโปรง เมื่อเรียนจบที่บุนกะแล้ว ฝึกฝนภาษาญี่ปุ่นให้ได้ในระดับ 2 ผมก็จะไปเรียนต่อที่บุนกะญี่ปุ่นครับ”
กานต์ กาญจนามัย
“เมื่อจบอินทีเรีย จากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ด้วยความที่ชอบทางด้านแฟชั่น จึงหาข้อมูลเพื่อศึกษาต่อทางด้านแฟชั่น ก็พบว่าที่นี่น่าสนใจ ประกอบกับเวลาเรียน ค่าใช้จ่าย ผู้สอน ตรงกับที่ต้องการ จึงเลือกเรียนที่นี่ เมื่อมาเรียนก็ประทับใจหลายอย่าง เช่น เพื่อนและอาจารย์มีความเป็นกันเอง ทำให้รู้สึกอยากมาเรียน ล่าสุดได้ส่งผลงานเข้าประกวดในงาน Saha Group Bangkok Young Designer ก็ได้รับรางวัล”
นิตยสาร Fashion Biz ฉบับเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม 2009
อรัชญา สมุทรโคจร
Bachelor of Fashion Design, The Royal Melbourne Institute of Technology (RMIT) University, Melbourne Australia, Bunka Fashion Academy

ที่มาของผลงาน
ชื่อแบรนด์ SEAQUIN ทำเสื้อผ้าให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบาย เหมือนใส่ชุดนอนออกไปนอกบ้าน รู้จักเอามาปรับเปลี่ยนให้ชุดเดียวสามารถใส่อยู่บ้านและใส่ออกไปข้างนอกได้ ใช้ผ้าธรรมชาติ เช่น ฝ้าย ลินิน tencel

ปัญหาที่พบในการทำงาน
ทุกขั้นตอนในการทำงานก็มีปัญหา แต่เราต้องทำให้ทุกคนที่ทำงานกับเราเข้าใจงานที่เราต้องการ
จะนำเสนอ และมองไปในทางเดียวกัน เพื่อจะให้งานนั้นออกมาดีที่สุด

ดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบ
Rei Kawakubu (Comme Des Garcons) ชอบงานของเค้า มันดูยากดี แค่เห็นก็รู้สึกว่าชอบทุกอย่าง อยากทำผลงานให้ได้ดีแบบเค้า

แหล่งข้อมูลด้านแฟชั่น
ทุกอย่างรอบตัว และสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน

วิธีทำให้ผลงานของตัวเองแตกต่างจากดีไซเนอร์รายอื่น
แนวทางที่ใช้ก็เป็นตัวของตัวเอง รู้ตัวว่าตัวเองชอบอะไร และปรับสิ่งนั้นให้เข้ากับกลุ่มลูกค้าของเรา

มองอนาคตของตัวเองอย่างไร
อยากทำงานด้านศิลปะ และอยากมีร้านเล็กๆอยู่ตามหมู่เกาะ แต่ไม่ได้จำกัดว่าจะเป็นแค่การทำเสื้อผ้า ตอนนี้สะสมประสบการณ์และสิ่งที่ตัวเองชอบ แล้วนำมาใช้พัฒนาตนเองให้เกิดประโยชน์
นิตยสาร Ichigo ฉบับเดือนตุลาคม 2009
คุณปานธรรม นาคะบุตร และคุณนีละรัตน์ ชูโต นักเรียนของ
สถาบันบุนกะแฟชั่น ได้มาบอกเล่าถึงความประทับใจที่มีต่อ
คุณจุนโกะ โคชิโนะ และวงการแฟชั่นดีไซเนอร์ ทั้งสองคน
เล่าว่า การเรียนแฟชั่นดีไซน์ที่สถาบันบุนกะไม่เหมือนที่อื่นจริงๆ อาจารย์มีประสบการณ์และความชำนาญสูงมาก และให้นักเรียน
ได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ การที่ได้เห็น
ผลงานของ คุณจุนโกะ โคชิโนะ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจ
จริงในการทำงานของเธอ แฟชั่นมันคือชีวิตของเธอจริงๆ ผลงานของเธอโดดเด่นมาก เป็นแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง
นิตยสาร Campus ฉบับเดือนกรกฎาคม 2009
ยศธร ศรีโรจนันท์ (์หญิง)
Fashion Creation

“มาศึกษาด้านแฟชั่นที่บุนกะเพราะรู้มาว่าที่นี่สอนเรื่องแพทเทิร์น
ดีมาก ทำการบ้านเกี่ยวกับเรื่องนี้เยอะมาก ทำให้รู้มาว่าสถาบัน
ทั่วไปมักจะเน้นเรื่องการดีไซน์ แต่ที่นี่สอนตรงประเด็นในสิ่งที่
เราต้องการ ทางด้านอาจารย์ทุกคนเขาจบการศึกษาจากบุนกะ
ในประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นการถ่ายทอดความรู้ก็จะตรงไปตรงมา
ตามหลักสูตร”
นิตยสาร Fashion Biz ฉบับเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2009

กานต์ กาญจนามัย

จบจากคณะมัณฑนศิลป์ ภาควิชาออกแบบตกแต่งภายใน มหาวิทยาลัยศิลปากร กำลังศึกษาต่อที่ Bunka Fashion Academy ประเทศไทย

ที่มาของผลงาน
เป็นผลงานส่งประกวดในงาน Saha Group Bangkok Designer Awards 2009 และได้รับรางวัล
ดีเด่นประเภทเสื้อผ้าเด็ก งานที่นำเสนอคือ “เด็กดอยต่อยมวย” ที่ใช้ “มวยไทย” เพราะเป็นวัฒนธรรม
ของไทยที่ทั่วโลกรู้จัก มีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน และใช้วัฒนธรรมชาวเขาโดยเฉพาะ “ผ้าชาวเขา” มาเป็นตัวเสริม

ปัญหาที่พบในการทำงาน
ปัญหาอย่างแรกคือ ไม่มีประสบการณ์ด้านแฟชั่นเลย เคยแต่สเก็ตช์เล่นๆ ดังนั้นตั้งแต่เริ่มคิด เริ่มสเก็ตช์ ต้องดูว่าถ้าวาดแล้วจะทำได้จริงหรือไม่ งานครั้งนี้รูปแบบเสื้อผ้าออกมาแบบปกติที่สามารถใส่ได้ทั่วไป แพทเทิร์นไม่หวือหวา แต่เน้นที่การตกแต่งสีสันให้ดูแปลกตา คือทำเสื้อผ้าธรรมดาให้ดูไม่ธรรมดา
ปัญหาอีกอย่างคือ ไม่สามารถหาผ้าที่เหมือนในแบบสเก็ตช์ได้ เลยต้องปรับทั้งชนิดและสีของผ้า ได้
ข้อคิดว่างานหน้าต้องดูทั้งผ้าและแบบสเก็ตช์ไปพร้อมกัน เวลาทำชุดจริงจะได้ไม่เสียเวลามาก

ดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบ
Alexander McQueen เขาเป็นไอดอลและแรงบันดาลใจให้ผม งานของเขามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น
มาก เห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเป็นงานของ McQueen งานเป็นแบบวิจิตรพิสดารมากๆ มีความเป็นดราม่าในชุด
และในโชว์ ผมรู้สึกว่าในปัจจุบันการที่จะทำอะไรใหม่ๆ ในวงการแฟชั่นทุกวันนี้ยากมากแต่ McQueen
ทำได้

แหล่งข้อมูลด้านแฟชั่น
หลักๆ คือ นิตยสารกับทีวี ส่วนรวมแล้วก็ได้มาจากทุกที่รอบตัวเลยครับ “style.com” ก็เยี่ยมครับ

วิธีทำให้ผลงานของตัวเองแตกต่างจากดีไซเนอร์รายอื่่น
วิธีหลักเลยคือ แนวคิดที่ผมได้มาจาก interior การมองงานดีไซน์แบบ 360 องศา และการไม่ยึดติด
ในความสวยงาม ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องกล้าคิดและกล้าทำ มองอนาคตของตัวเองอย่างไร อนาคต
อันใกล้คือเรียนที่บุนกะให้จบสองปี พัฒนาฝีมือตัวเองไปเรื่อยๆ แล้วอาจจะสมัครงานในเครือสหพัฒน์ แต่เป้าหมายของผมคืออยากฝึกงาน หรือได้ทำงานกับ Alexander McQueen ก็ดีครับ

นิตยสาร LOVE LOVE ฉบับเดือนเมษายน 2009


สัมภาษณ์ ลินนา – นลินนา ลี

ผลงานที่ผ่านมาของน้องลินนามีอะไรบ้างจ๊ะ
ผลงานที่ผ่านมาก็มีละคร โฆษณา ส่วนตอนนี้ก็มี MV 3ตัว เพลงรักน้องปี 1 ของวงไอน้ำ, เพลงรู้ว่ามี
อยู่แต่ก็สายไป ของวง Pixel, เพลงแฟนใหม่ของวง K-Otic และทำ DIY ใน www.zheza.com อ๋อ! แล้วก็มีงานเพลงที่กำลังจะทำกับค่ายอินดี้อยู่ค่ะ แนวเพลงเป็นแบบสบายๆ อาจจะได้ฟังกันเดือนหน้า ยังไงก็ช่วยติดตามด้วยนะคะ

แล้วน้องลินนามาเรียนที่นี่ได้ยังไงล่ะจ๊ะ
ตอนแรกเลย ลินเรียนจบ high school จากอังกฤษมา ซึ่งจริงๆ ตัวเองชอบด้น Art อยู่แล้ว แต่ตอนนั้น
ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบทางด้านไหน ก็คิดว่าจะไปทาง กราฟฟิค แอนนิเมชั่น แต่พอเอา portfolioไปเสนอ
ทางมหาวิทยาลัย เค้าก็บอกว่าลองไปคิดดูใหม่มั้ย เพราะงานของเราออกไปทางแฟชั่นมากกว่า ซึ่ง
โดยส่วนตัวลินไม่เคยคิดเลยว่าจะมาเรียนแฟชั่น เพราะไม่เคยเหยียบจักรเลย ไม่ชอบเย็บผ้าด้วย และ
ก็ไม่ชอบวาดหุ่น แล้วพอดีช่วงนั้นกลับมาเมืองไทย ได้ลองเล่นละคร เลยรู้สึกว่าชอบ เหมือนเป็นงาน
อดิเรก ก็เลยดรอปทางโน้นไว้ แล้วก็เล่นละครที่นี่ 2 ปี ระหว่างนั้นก็เริ่มชอบเสื้อผ้าแล้วค่ะ ชอบจับโน่น
จับนี่มามิกซ์แอนด์แมชกัน ชอบเดินดูเสื้อผ้าแถวสำเพ็ง หลังจากนั้นก้เลยเริ่มหาโรงเรียนสอนแฟชั่น หามาหลายที่ จนมาติดใจที่นี่ค่ะ เพราะเค้าสอนตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน พอได้เรียนก็รู้สึกว่ามันใช่ เหมือนว่า
เราค่อยๆค้นพบตัวเอง ดีไซน์กับสไตล์มันก็เริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ พอเราไปอยู่กับคนอื่น ก็จะเห็นความแตกต่าง
ค่ะ

อย่างนี้วิชาโปรดของน้องลินนาจะเป็นวิชาอะไรเอ่ย
ชอบประวัติศาสตร์แฟชั่น และก็ drawing ค่ะ เพราะลินเป็นคนที่อยากรู้อะไรเกี่ยวกับเสื้อผ้าสมัยก่อน แล้วนำมาปรับใหม่ ส่วน drawing ซึ่งตอนแรกที่ไม่ชอบสุด แต่พอวาดไปวาดมา แล้วออกมาเป็น
คาแร็คเตอร์ของตัวเอง สามารถเปลี่ยนหุ่นโพสต์ได้ ไปเรื่อยๆ วาดเสื้อผ้าเราใส่ไปเองได้ เลยทำให้
กลายเป็นว่าเราชอบวิชานี้มากเลยค่ะ เรียนเกี่ยวกับทางด้านแฟชั่นอย่างนี้

น้องลินนาเคยนำผลงานไปประกวดบ้างรึเปล่าจ๊ะ
เคยประกวดค่ะ ครั้งนั้นก็จะดีไซน์เป็น 3 แบบ แล้วก็บอกธีมเค้าไป ของลินนี่เอาผ้าเก่ามาย้อมสีชา ฉีกๆ
แล้วนำมาเย็บติดกัน เหมือนเอามาประกอบรวมกันน่ะค่ะ แต่ชิ้นงานนี้ไม่ได้รางวัลนะคะ เพราะเป็นการ
ส่งผลงานเข้าประกวดครั้งแรกของลิน ถือว่าลืนยังใหม่อยู่มากๆ แต่การประกวดครั้งนั้นก็ทำให้ลินได้
รับประสบการณ์ที่ดีมาเยอะเลยค่ะ ต้องเรียนแล้วต้องทำงานไปด้วยอย่างนี้ น้องลินนามีเคล็ดลับในการ
เรียนยังไงบ้างจ๊ะ ก้ไม่ได้มีเคล็ดลับอะไรหรอกค่ะ ส่วนใหญ่ก็เข้าเรียนตลอด แต่ต้องรีบออกไปทำงาน
ตอนบ่าย จริงๆแล้วลินเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่งๆ อยู่แล้วก็จะชอบเอาโน่นเอานี่ไปทำด้วย อย่างไปแคสติ้ง
งาน ก็เอาเข้าไปทำด้วย ซึ่งลินก็ชอบนะคะ สนุกดีซะอีก แล้วอยู่ที่บ้านตอนดึกๆ ก็ค่อยนั่งทำการบ้าน ลินคิดว่าถ้าเราทำงานทั้งที เราก็ต้องตั้งใจทำออกมาให้มันดีที่สุดค่ะ

น้องลินนาจ๋า อาชีพในฝันของน้องลินนาคืออะไรเหรอจ๊ะ
อืม..ลินอยากมีแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองค่ะ ให้ชื่อว่า ลินนา ตามชื่อของลินเลย แต่ก่อนที่จะมีแบรนด์ของตัวเอง ลินก็อยากไปฝึกงานกับบริษัทใหญ่ๆก่อน อยากเรียนรู้งานไปเรื่อยๆ ซึ่งลินก้ได้ไปฝึกงานมาแล้วนะคะ การฝึกงานทำให้ลินได้ไอเดียดีๆ ไอเดียใหม่ๆมา แล้วพี่ๆเค้าก็ยังให้คำปรึกษาที่ดีกับลินด้วยค่ะ

แล้วเพื่อนๆ มีส่วนช่วยในการเรียนของเรายังไงบ้างเอ่ย
ที่ลินเรียน ส่วนมากจะเป็นปฏิบัติค่ะ ก็เลยจะไม่มีอะไรมาก แต่ถ้ามีงาน เพื่อนก็จะโทรมาบอก แล้วก็มี
ปรึกษาเรื่องเรียนกันบ้าง เพื่อนบางคน เวลาเราไม่ได้ไปเรียน เค้าก็จะจดให้ว่ามีงานอะไรบ้าง วันนี้เรียน
อะไรไปบ้าง ก็รู้สึกดีกับเพื่อนๆมากเลยค่ะ ที่เค้าคอยช่วยเหลือเราตลอดเลย

น้องลินนาจ๋า ช่วยนิยามความรักในแบบของน้องลินนาให้ LL ฟังหน่อยได้มั้ยจ๊ะ ลินเป็นคนไม่สมหวังในความรักค่ะ ชอบไปแอบรักคนอื่นมากกว่า ผลสุดท้ายก็ไม่ได้เป็นแฟนกับเค้าจริงๆ
ก็เสียใจนะคะ แต่ในชีวิตเรามันก็ยังมีอย่างอื่นให้คิดอีกตั้งเยอะแยะ เป็นเพื่อนๆกันไปลินคิดว่าคงจะคบกัน
ได้นานมากกว่านะคะ

แล้วน้องลินนาคิดยังไงกับความรักในวัยเรียน คิดว่าเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีจ๊ะ

ลินคิดว่าความรักเป็นสิ่งที่ดีนะคะ ก็อาจจะส่งผลกระทบกับการเรียนบ้าง แต่ราต้องรู้ลิมิตตัวเองว่าเวลา
เรียนเราควรจะเรียน เวลาทำงานเราควรตั้งใจทำงาน เราไม่ควรจะไปสนใจเรื่องอื่น ส่วนตัวลินเองลิน
เอาเรื่องความรักเป็นเรื่องที่ 3-4 รองจากเรื่องงาน เรื่องเรียน เรื่องทางบ้านแต่บางครั้งถ้าเรามีปัญหา
เรื่องความรัก มันก็จะมีกังวลบ้าง ไม่มีกะจิตกะใจจะไปทำงาน แต่ส่วนมากก็จะเป็นลินเองนะคะที่ไม่มี
เวลาให้คนอื่น สุดท้ายก็เลยกลายเป็นเพื่อนๆกันไปหมดเลยค่ะ ^_^

สุดท้ายอยากให้น้องลินนาบอกความในใจที่มีต่อสถาบันบุนกะแฟชั่นหน่อยสิจ๊ะ
ลินชอบที่นี่นะคะ ที่นี่บรรยากาศดี เรียนแล้วเหมือนอยู่บ้าน คนไม่เยอะ ทำให้ได้ความรู้มาก เพราะได้
ใกล้ชิดกับอาจารย์ค่ะ แล้วเพื่อนๆทุกคนก็น่ารักมากๆเลย ตอนนี้ลินก็ใกล้จะจบแล้ว รู้สึกเสียใจนิดๆ เศร้าเหมือนกันนะคะ เพราะลินรู้สึกผูกพันกับที่นี่มาก ถึงแม้ว่าจะเป็นเวลา 2 ปีที่มาเรียนบ้าง ไม่มาบ้าง แต่ก็รู้สึกผูกพันมากๆ ผูกพันเหมือนคุณครูทุกคน พี่ๆทุกคน เป็นเหมือนญาติ เป็นเหมือนพี่น้อง ที่ดูแล
ลินดีมากๆเลยค่ะ แล้วลินก็คิดว่าถ้าจบไปแล้ว ลินก็คงจะกลับมาที่นี่อีก หรือไม่ก็นัดเจอกันข้างนอกค่ะ

นิตยสาร a day ฉบับเดือนเมษายน 2009

ยศธร ศรีโรจนันท์ และ นลินนา ลี
แฟชั่นนิสต้าสองสาวคู่นี้เลือกสถาบันบุนกะแฟชั่น (Bunka Fashion Academy)

เป็นสถานที่บ่มเพาะความชอบของพวกเธอให้กลายร่างออกมาเป็นผลงาน

นลินนา สาวน้อยลูกครึ่ง นักเรียนชั้นปีที่ 2 ของบุนกะเล่าเหตุผล ในการเข้าเรียนศาสตร์อันเกี่ยวกับ
แฟชั่นให้ฟังว่า มีพื้นเพความสนใจมาจาก ความสนใจในด้านศิลปะส่วนตัว บวกกับความชอบในรูปแบบ
แฟชั่นของ ชาวญี่ปุ่นที่เน้นความมีอิสระและครองเอกลักษณ์เป็นของตัวเองไม่ เหมือนใคร “แฟชั่นใน
แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน อย่างในยุโรปจะ เน้นการ draping ทำเสื้อผ้าแนว huate couture ที่ทุก
อย่างต้องเป๊ะ ซึ่งเป็นแบบที่เราไม่ชอบ แต่ของคนญี่ปุ่นมันสนุก คิดจะบ้าก็บ้ากัน ไปเลยอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจใคร”

ยศธร นักเรียนของบุนกะฯ ชั้นปีที่ 1 แม้ว่าเธอจะจบการ ศึกษาในระดับปริญญาตรีคณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ มาแล้ว เธอกลับพบ ว่านั่นยังไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ จึงผันตัวมาเรียนในด้านแฟชั่นที่พบว่า เป็น
สาขาที่เธอสนใจและอยากสัมผัสมาตั้งแต่ก่อนเข้าเรียนในระดับ มหาวิทยาลัยเสียอีก

ในขณะที่ึกษาสาขาวิชาออกแบบแฟชั่นในมหาวิทยาลัย เน้นเรียนหนักไปที่การ ‘ออกแบบ’ เพียงอย่าง
เดียว การเรียนของ นักเรียนแฟชั่นที่บุนกะฯ เน้นหนักไปที่การปฏิบัติครบวงจร ซึ่งคุณศิริกุล ธนสารศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันบุนกะฯแห่งนี้ อธิบายกระบวนการสร้างสรรค์งานแฟชั่นเอาไว้ว่า “การจะได้ งานที่
สมบูรณ์ ต้องเริ่มตั้งแต่การออกแบบ ทำแพทเทิร์น ตัดเย็บ ตกแต่ง ไปจนถึงการปรับแก้”
ซึ่งทั้งหมด
ได้รวมอยู่ในหลักสูตร Dressmaking อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของโรงเรียนแฟชั่นจาก ดินแดนปลาดิบ
แห่งนี้ “ผู้ที่เข้าเรียนต้องสามารถรับผิดชอบดูแล กระบวนการรังสรรค์แฟชั่นได้ด้วยตนเอง ตั้งแต่เริ่มต้น
จนถึงขั้น สุดท้าย หากตนเองไม่สามารถดูแลรับผิดชอบงานด้วยตัวเองทั้งหมด แล้ว งานก็จะมีลักษณะ
ครึ่งๆกลางๆ ขาดความสมบูรณ์ดังที่มุ่งหวังเอาไว้”


ยศธรพูดถึงความสำคัญของการสร้างแพทเทิร์นว่า “แพทเทิร์น ของการทำเสื้อผ้าก็เหมือนกับการเขียน
แบบเพื่อสร้างตึกของสถาปนิก หมายความว่า การที่เสื้อผ้าตัดออกมาจะสวยหรือไม่สวยนั้นจึงขึ้น อยู่กับ
แพทเทิร์นเป็นสำคัญ ซึ่งสองอย่างนี้ถือว่าเป็นส่วนที่ยากที่ สุดในการเรียนแฟชั่นเลยก็ว่าได้”

นอกเหนือไปจากแพทเทิร์นที่ดีและการตัดเย็บที่สวย งามแล้ว คุณศิริกุลเพิ่มเติมว่า การจะได้มาซึ่งเสื้อ
ผ้าสวยๆ สักตัวนั้น ความคิดสร้างสรรค์และความเป็นตัวเองก็ถือเป็นอีก สองสิ่งที่นักเรียนแฟชั่นต้อง
พัฒนาเพื่อผลิตชิ้นงานของตัวเอง ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยไม่จำเป็นต้องไปลอกเลียนผล งานของ
ผู้อื่น ส่วนจะถ่ายทอดสิ่งเหล่านั้นออกมาเป็นผลงานได้สมบูรณ์เพียงไรก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของผู้ออกแบบเอง

ฟังดูแล้วถ้าใครเป็นคนที่มีใจรักในเรื่องของแฟชั่นและ อยากที่จะสร้างสรรค์เสื้อผ้าในแบบที่ตัวเองชอบ ออกมาเป็นรูปธรรม ให้ได้ การตัดสินใจมาเรียนออกแบบแฟชั่นโดยตรงไม่น่าจะ ทำให้ผิดหวัง เพราะ
สองสาวยืนยันกับเราว่าก่อนหน้านี้เธอทั้งคู่ ไม่เคยเหยียบจักรกระทั่งไม่มีพื้นฐานในการตัดเย็บกันมาก่อน
เลยด้วยซ้ำ แถมนักเรียนหลายคนวาดรูปไม่เป็นด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ พวกเธอสามารถออกแบบและตัด
เสื้อผ้าในแบบที่ตัวเองชอบเพื่อ ใส่เองได้อย่างง่ายดาย “เสื้อที่ใส่อยู่นี่ก็ตัดเองนะ” ยศธรชี้ที่เสื้อกั๊ก สีเทาที่เธอกำลังสวมใส่อยู่ให้เราดูอย่างภาคภูมิใจ

เราเชื่อว่าสังคมที่รายล้อมไปด้วยร้านขายเสื้อผ้าที่เรา กำลังอาศัยอยู่นี้ หลายคนแสดงความชอบในเรื่อง
ของแฟชั่นด้วย การเป็นผู้ซื้อ และประดับร่างกานให้ตัวเองดูดีทันสมัยด้วยเสื้อผ้า จากร้านค้า แต่สองสาว
อย่างนลินนาและยศธรเลือกที่จะถ่ายทอดความรักในเสื้อผ้าของพวกเธอด้วยฐานะของผู้ออกแบบความสุข
ของพวกเธอคงเป็นการได้เห็นผู้คนสวมใส่เสื้อผ้าที่สร้างสรรค์ขึ้น ด้วยมันสมองและมือน้อยคู่หนึ่งของเธอ
ทั้งสอง

“มีแพลนจะเปิดร้านของตัวเองเลยที่สยามสแควร์ โดยจะมี ความเป็นตัวเราใส่ลงไปผ่านเนื้อผ้าและสี”
นลินนา กล่าวทิ้งท้ายถึง เส้นทางอาชีพแฟชั่นดีไซเนอร์ของเธอในอนาคต

หากคุณเป็นอีกคนที่ชื่นชอบในเรื่องของแฟชั่นและ การแต่งตัว แต่ยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกเส้นทางของ
ชีวิตให้มุ่งหน้า ไปสู่ถนนของแฟชั่นดีหรือไม่ คำตอบนั่นคงไม่ต้องไปหาจากที่ไหน เราเชื่อว่ามันนั่งอยู่
ในใจของคุณอยู่แล้ว และไม่ว่าคุณจะออกแบบ แพทเทิร์นของคุณให้เป็นไปในทิศทางใดคุณศิริกุลผู้
อยู่เบื้องหลังการปลุกปั้นนักออกแบบผู้นี้ อยากให้เราเชื่อมั่นเอาไว้ว่า สุดท้าย แล้วแฟชั่นก็เปรียบ
เสมือนกับลมหายใจที่ทำให้ชีวิตมีสีสัน มีชีวิตชีวา และมีพลังไม่สิ้นสุด

นิตยสาร FashionBiz ฉบับเดือนมีนาคม – เมษายน 2009

ลินนา ลี
สถาบันบุนกะแฟชั่น ปี 2

คอนเซปต์ของผลงาน
นักเรียนทุกคนต้องออกแบบและตัดเย็บชุดกลางคืน ลินนาได้เลือกผ้าไหมลายสก๊อตพื้นสีแดงเลือดหมู
มาออกแบบ เป็นชุด one piece กับกระโปรงซ้อนข้างใน ซึ่งผ้าไหมอาจจะ เหมาะกับคนที่มีอายุ แต่
ลินนาออกแบบโดยได้แรงบันดาล ใจจากชุดเจ้าหญิงในเทพนิยายต่างๆ ตัวชุดพองๆเป็นชั้นๆ ชาย
กระโปรงรูด เพื่อทำให้ชุดดูน่าสนใจและน่ารักมากขึ้น

ปัญหาในการออกแบบ
การจับเดรปที่ต้องกะผ้าให้พอดีกับหน้าผ้าตามที่ ออกแบบมาซึ่งลินนาแก้ปัญหาโดยการเดรปด้วยผ้าดิบ
ก่อน คำนวณหน้าผ้าให้เท่ากับผ้าไหมที่มีอยู่จนได้แบบที่ต้องการ ปัญหาต่อมาคือการตัดเย็บผ้าไหม เพราะส่วนตัวคุ้นเคยกับ ผ้าฝ้าย จึงใช้เวลาในการเย็บนานกว่าปกติและต้องระมัดระวัง เป็นพิเศษเพราะ
ถ้าเลาะผ้าไหมบ่อยๆ จะลุ่ยง่าย

ประสบการณ์ฝึกงาน
ลินนาได้ไปช่วย it’s happened to be a closet อยู่ ช่วงหนึ่ง ได้โจทย์ว่าถ้าเป็น Assistant Designer จะปรับเปลี่ยน แบบเสื้อผ้าโดยที่ลูกค้ามองไม่เห็นความแตกต่างได้อย่างไร ช่วง แรกก็รู้สึก
ว่ามันยาก แต่พอค้นคว้า ทำงานวิจัยเรื่องร้านมากขึ้น และใช้เวลาอยู่กับเสื้อผ้าในร้านบ่อยๆรวมทั้งเปิด
กว้างเรื่องเนื้อผ้าสี สไตล์ ก็สามารถผสมผสานกับไอเดียตัวเองได้ แต่ด้วยเวลาที่ จำกัด ลินนาคิดว่า
ควรจะพัฒนาได้มากกว่านี้

ดีไซเนอร์ที่ชื่นชอบ
Vivienne Westwood ชอบความเป็นเอกลักษณ์ใน งานดีไซน์ของเขา เขาจะมีอะไรที่แปลกใหม่
และโดดเด่นอยู่เสมอ

แหล่งข้อมูลด้านแฟชั่น
จากหนังประกวดต่างๆ ก้ได้ไอเดียจากแมกกาซีน เช่นSO-EN ผสมกับสไตล์ของ CUTIE บ้างก็มาจาก
พวกเวบ blog ของญี่ปุ่น

การทำให้ผลงานของตัวเองแตกต่างจากดีไซเนอร์รายอื่น
ทำสิ่งที่เป็นตัวเองมากที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะได้แรงบันดาล ใจจากอะไรก็จะทำแบบที่ตัวเองอยากให้เป็น ใช้สี ผ้า ตกแต่ง ในแบบสไตล์ตัวเองให้ชัดเจนที่สุด

อนาคต
อยากจะสร้างแบรนด์ของตัวเอง แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากจะไปฝึกงานกับดีไซเนอร์ชื่อดังเพื่อหา
ประสบการณ์ก่อน แล้วฝันว่าวันหนึ่งคงจะได้เห็นผลงานของตัวเองในงานแฟชั่น โชว์ใหญ่ อยากเปิดร้าน
เล็กๆเน้นที่งานออกแบบ อาจจะไปเ รียนเพิ่มเติมพร้อมทั้งฝึกงานจนอยู่ตัว แล้วก็คงจะเปิดร้าน แต่ถ้า
มีโอกาสได้ส่งผลงานเข้าประกวดก็จะทำเต็มที่ ชนะ ไม่ชนะไม่เป็นไรขอแค่รู้ว่าตัวเองได้พยายามจนถึง
ที่สุดก็พอค่ะ

พ็อคเก็ตบุ๊ค “Fashion Design แฟชั่นดีไซน์เรียนที่ไหนดี?”
2 สาว 2 สไตล์จากบุนกะ
กับงานดีไซน์ที่มาจากเอกลักษณ์ของตัวเอง สองสาวหลักสูตร 2 ปี จากสถาบันบุนกะแฟชั่น มาพร้อม
กับผลงาน ที่ประดิดประดอยกันเองกับมือในช่วงที่เรียนแฟชั่น
สาวคนแรกมากับสไตล์น่ารักกุ๊กกิ๊ก “ลินนา - นลินนา ลี” ที่พกพา
ความสดใส พร้อมกับฝีมือในการตัดเย็บที่เราขอบอกว่าเปิด ร้านขาย
ได้เลย ลินนาเล่าให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบทางด้านอาร์ต ในโรงเรียน
ที่อังกฤษ ก็มองหาที่เรียนแฟชั่นในเมืองไทย เพราะอยากรู้ ทุกอย่าง
ตั้งแต่ขั้นเบสิก สุดท้ายมาลงเอยที่บุนกะนี่เลย “สไตล์ของลินนาดูก็
จะรู้ค่ะ โตขึ้นไปเรื่อยๆค่ะ ตอนแรกจะ เป็นอะไรที่เจ้าหญิง บาร์บี้หน่อย แล้วจะเปลี่ยนโทนสีไปเป็นโตขึ้น สไตล์ยังคงเดิม ตอนนี้ใช้โทนสี
แบบตุ่นๆ หน่อย ตอนนี้เรียนออกแบบ เสื้อผ้าให้เด็กผู้หญิงอยู่ แล้ว
ก็มีของวัยรุ่น เราต้องวาง theme ก่อน แล้วต้องหาข้อมูลด้วย” “ถ้าใครรักในด้านนี้ บอกไว้ก่อนว่างานจะหนัก ต้องขยันค่ะ" ต่อไป
อยากจะรู้หลายๆอย่าง เช่น การถ่ายภาพแฟชั่นค่ะ
และคนที่สอง ศิษย์เก่าที่บุนกะ “เชอรี่ – อรัชญา สมุทรโคจร” ตอนนี้ทำงานเป็นดีไซเนอร์ให้กับเครือสหกรุ๊ป วันที่ได้เห็นผล งานของ
เชอรี่ เราต้องขอปรบมือให้กับความครีเอทที่สร้างผลงานการออกแบบ ซึ่งสามารถ พลิกแพลงให้เป็นทั้งเสื้อ ทั้งผ้าพันคอได้ และขอบอกว่ามี
ผลงานชิ้น อื่นของเชอรี่ตั้งโชว์อยู่ที่บุนกะด้วย “คือตัวเองเรียนจบทาง
ด้านแฟชั่นที่ Melbourne พอไปทำงาน แล้วมีปัญหา คุยกันไม่รู้เรื่อง คิดได้แต่อธิบายไปเขาไม่เข้าใจ คือออกแบบ ได้แต่ต้องทำให้เขาดู ไม่รู้
ว่าทำไมต้องมีตะเข็บ เหตุผลที่ต้องมีรอยต่อ เลยเลือกที่บุนกะเรียนด้าน
แฟชั่นเพิ่มเติม”
“คิดว่าทุกคนมีแฟชั่นอยู่แล้วในตัวเองมีสไตล์เป็นของ
ตัวเอง รี่ชอบงานที่ทำจากมือจุกจิก ทุกอย่างมีดีเทล เราคิดทีละชิ้น ผลงาน ที่ต่อกันได้ คนใส่แล้วสนุกกับมัน ดัดแปลงได้ สิ่งแรกที่คิดในการ ทำเสื้อผ้า คนที่จะใส่เสื้อผ้าของรี่ใช่คนๆนี้หรือเปล่า คือเราสร้างคน ของ
เราขึ้นมา เสื้อผ้ารี่ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ไม่ใช่ว่าทุกคนชอบ แต่ไม่เป็นไร เพราะรี่มีคนในใจของรี่อยู่แล้ว “ถามตัวเองก่อนว่าที่จะใส่เสื้อผ้าหรืออยาก
เย็บผ้า การที่ เข้ามาเรียนที่นี่ เริ่มจากศูนย์ทุกกระบวนการ ที่นี่ทุกคนทำ
ชิ้นต่อชิ้น เข้ามาเรียนต้องตั้งใจกว่าจะได้เสื้อผ้าหนึ่งตัวเราต้องทำ
ทั้งหมด”
 
Graduation Project 2009
Graduation Project 03
โปรโมชั่นพิเศษ !
สมัครเรียนภายใน 31 พ.ค.53 นี้
รับเสื้อยืด ฟรี !
1 ตัว มูลค่า 200 บาท
สมัครเรียนออนไลน์
Full Course
Short Course
video
รายการดาวอาสา ออกอากาศทางช่อง 9